China 2015

การไปดูกำแพงเมืองจีนครั้งนั้น…โคตรจะงงงวยเลยค่ะ แบบว่าพูดจีนได้2-3คำ เงอะๆงะๆ
แล้วคืออ่านวิธีไปตามเว็บ travelchinaguide แต่แล้วก็ทำให้รู้ว่า อย่าไปเชื่อมันมากนะเฟ้ย มันไม่อัพเดท!!!

ตามเว็บมีวิธีให้ไปหลายแบบ แต่เราเลือกที่จะนั่งรถสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะออกเวลา 8 โมงเช้า
เที่ยวเดียวเท่านั้น แต่จะมีรถไปต่อเมื่อมีนักท่องเที่ยวอย่างต่ำ 20คน ซึ่งรถจะออกจาก Long distance bus station ในสถานี Wang Jing west

หรือหากนักท่องเที่ยวไม่ถึง 20 คน เราก็สามารถขึ้นรถที่ไป Miyun ได้ ซึ่งก็จะผ่านทางเข้า Jinshanling great wall

แล้วเราก็ขึ้นรถไฟในปักกิ่งไปยังสถานี Wang jing west

ซึ่งตามในเว็บบอกให้ออกทางออก B เราก็เดินชิล ไปเลยค่ะ เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
พอไปถึงทางออกB คนยืนรอรถเยอะมาก แต่มันไม่ใช่รถที่เราจะขึ้นนี่ =____= เราก็เลยเดินไปถามกลุ่มคนที่ยืนรอ
(โดยพยายามเลือกคนหน้าตาเป็นมิตร)

“qing wen…”ขอโทษนะค่ะ

“No!”

และพวกนางก็ตอบกลับแบบนี้มาเป็น 10 คน ตอนนั้นน้ำตาคลอละค่ะ ทำไมโหดร้ายกับเราขนาดนี้

เราเสียเวลาอยู่ตรงทางออก B นานมาก โดยไม่มีชาวปักกิ่งคนไหนสนใจฉันเลย แต่แล้วสวรรค์ก็มีตา ทำให้เราได้พบเจ้าหน้าที่ของสถานีรถบัส (ซึ่งพูดอังกฤษไม่ได้เลย=__=)

“Wo yao qu Jinshanling” ฉันอยากไปJinshanling ท่องทั้งคืนค่ะคำนี้555

“<}#%<>?#|%##€”คือเค้าพูดไรฟังไม่รู้เรื่องยาวมากกกก แต่เค้าทำมือให้เราเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา ประมาณนี้

เราก็ขอบคุณน้ำตาจะไหล แล้วก็เดินตามที่เค้าบอก จะเห็นทางออกรถไฟ C ของสถานี Wang Jing West
พอเดินไปเรื่อยๆทางซ้ายมือจะมีป้ายใหญ่ๆ (มีภาษาอังกฤษล้วยย) ว่า “Long distance bus station”

ที่นี่ละค่ะ!!! และเรื่องที่ไม่คาดคิดอันดับ2ก็เกิดขึ้น ไม่มีนักท่องเที่ยวไปJinshanling สักคนเลยค่า มีเราคนเดียวจริงๆ T^T

เราเลยต้องขึ้นรถบัสที่จะไป Miyun ซึ่งรถที่เราจะขึ้นนั้นออกเวลา 9โมง

คนส่วนใหญ่ที่ยืนรอด้วยจะเป็นชาวจีนที่หอบข้าวของเยอะมากมาย และมีเราเป็นต่างชาติคนเดียวจริงๆ

แต่พวกนางไม่รู้หรอกว่าเราไม่ใช่คนจีน จนรถมานี่ละ มันรู้กันหมดเลย~~

เรามีบัตรรถไฟฟ้าปักกิ่งที่ซื้อมา ซึ่งหากเราใช้กับรถบัสคันนี้ก็ลดราคาให้เราด้วยนะ จาก 36 CNY เป็น 20.6CNY ถูกฝุดๆเลย>|||||<

พอขึ้นรถเราก็บอกคนขับ เราจะไป Jinshanling นะ (นางจะได้จอดให้เราไง)

สภาพรถข้างใน
คือตลอดทางวิวข้างทางมันดีมาก ไม่รู้สิทำไมดี แต่แบบมันนอกเมืองเรื่อยๆ เป็นเขาอะไรแบบนี้ 

แล้วสาวจีนข้างๆก็ชวนคุยด้วยภาษาจีน ….
คือเราก็แบบ
“Dui bu qi wo bu dong zhong wen” ขอโทษนะ ไอไม่เข้าใจภาษาจีนนะยู
แล้วนางก็ถามเสียงดังมากกกกก
“Ni shi wai gou ren?”เธอเป็นชาวต่างชาติหรอ??! คนแทบทั้งรถแม่มลุกแล้วหันมามองหน้าเรา
“Shi de,Tai gou ren” ใช่,ฉันเนี่ยคนไทยจ้า

แล้วมนุษย์จีนหลายคนก็มารุมเร้าอิฉัน จะไปไหนหรอนู่นนี่นั่น แต่ก็ดีนะ พวกนางน่ารักจัง 555555

จนพอมาถึงจุดทางเข้า Jinshanling ที่ในเว็บบอกว่าจะมี free Shuttle bus มารับทุกๆชม.
คนทั้งรถก็เรียกเรา “โอ่ยๆๆ”เสียงดังมาก555

และคือมีเราลงคนเดียวด้วยค่าาา เราทำหน้ามึนใส่คนขับ คนขับรถบัสจึงต้องลงมายืนข้างล่างกับเรา
แล้วเราก็เดินไปชี้ป้ายที่มีเขียนว่า free shuttle bus นางก็วิ่งไปถามร้านขายของข้างทาง พร้อมกับคำตอบ

“Mei you!!!” ไม่มี

สิ่งที่ไม่คาดคิดอันดับสามเกิดขึ้น เรามองดูยอดกำแพงเมืองจีนที่ไกลลิบๆ หรือเราจะกลับดีว่ะ ตูไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย หนาวก็หนาว!!!
จนมีรถเก๋งสีเทายี่ห้อแปลกขับมาจอดแล้วคนขับรถบัสก็วิ่งไปคุยไรไม่รู้ ก่อนจะตะโกนเรียกเรา
พอเราเดินไปที่รถเก๋งคันนี้เป็นแทกซี่ที่จะพาไปจุดทางเข้า Jinshanling great wall ซึ่งนางพูดภาษาอังกฤษได้(นิดหน่อย5555)
ก่อนที่รถบัสจะทิ้งเราไว้ พร้อมกับคนในรถบัสทั้งคันโบกมือบ้ายบาย มันเป็นภาพที่แบบ
“กูจะรอดมั้ยยย เอากูไปด้วยย”

แล้วแทกซี่คนนี้ก็ตกลงเรื่องราคากับเรา ไปอย่างเดียว 30 CNY ถ้าอยากให้รับกลับ คิดไปกลับ 50 CNY
พร้อมกับขีดๆเขียนๆบนแผนที่ให้ดูว่าจะไปรับไปส่งเราตรงไหนบ้าง เราก็คิดในใจ มาถึงขนาดนี้ละ
กำแพงเมืองจีนอยู่ข้างหน้าเองง ไปดิว่ะ! ก็เลยตัดสินใจนั่งรถนางโดยตกลงให้นางทั้งไปส่งมารับ
ระหว่างทางขึ้นเห็นหิมะข้างทางด้วย มันจ๋วยยยยมากก แต่วอคกิ้งเดดด้วยเช่นกัน ไม่มีคนเลยโว้ยยยย
ในใจเรากลัวมากเลยค่า นั่งสวดมนต์เป็นสิบรอบ แล้วในที่สุดก็มาถึงแล้ว เย้ๆๆๆๆ

ระหว่างทางขึ้นไปจุดเข้าชมกำแพงเมืองจีน

คนขับจากไป พร้อมกับจดเบอร์โทรให้เราไว้ในแผนที่ แล้วเราก็เดินไปซื้อตั๋ว
ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วง Low season จึงราคา 55 CNY
ซึ่งพอเรามาถึงทำให้เรารู้ว่า ที่มัน Low season เพราะมันหนาวชิ*หายเลย โทรศัพท์ยกขึ้นมาถ่ายรูปยังไม่ไหว

ถึงแล้วจริงๆ
เดินตามป้ายนี้ไปเรื่อยๆ
ไม่มีคนเลยจริงๆวุ้ยยยย
ข้างล่างมีหิมะล้วยยย
วิวระหว่างทางขึ้น

แล้วเราก็เดินไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นอารมณ์ทางขึ้นเขา ยิ่งเดินก็ยิ่งไม่มีใคร เอ้ะ!เลือกถูกที่มั้ยเนี่ย
จนเดินไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็มีมนุษย์ผู้หญิงผู้ชาย คู่รักชาวจีน 2 คนโบกมือ พร้อม

“Hello!!!!”

เราก็Hello กลับทันที

พร้อมกับพวกนางชวนเราเดินด้วยกัน >___< (ตอนนั้นรู้สึก…ดีใจโคตรเลย)

แล้วเราก็ได้คุยกัน พวกนางไปพบรักกันที่ New York university แล้วฝ่ายชายเป็นหนุ่มจีนผู้ไม่เคยมากำแพงเมืองจีน
ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนปักกิ่งจึงอาสาพามาเที่ยว >||||< Romantic มาก เรานี่อิจฉาเลย…

ตลอดเวลาทางเดินซึ่งเราได้พบเจอมนุษย์คนอื่นไม่เกิน 10คน แบบความรู้สึกตอนนี้

“The great wall is mine!!!” 5555 
ฟินมากกก ถึงจะหนาวแต่ก็ดีมาก 
ทางมันดิบโหดจริงๆ555
กำแพงหายไปแล้ววว

เราใช้เวลาเดิน 3ชั่วโมงเนื่องจากที่นี่จะปิดสี่โมงเย็น เราจึงต้องรีบลงณ จุดนี้ ซึ่งเสียดายมาก เพราะเราอยากต่อ T^T

ระหว่างทางลงพวกนางก็ติดต่อรถแทกซี่ให้มารับ แต่ทว่า…โทรศัพท์ของทุกคนดับหมดเลย
เพราะอากาศหนาวจัด 5555 พวกเราเลยต้องซุกโทรศัพท์ไว้ในโค้ท ก่อนที่จะโทรให้คนขับมารับที่จุดขึ้นทางเดิม
ก่อนจะกอดลาเพื่อนใหม่ผู้แสนจะน่ารักมากๆ~__~

หิมะแรกในชีวิต
ว่าจะกินก็ต้องหยุดความคิดนั้นไป5555

แล้วเราก็มาถึงจุดขึ้นรถบัส คราวนี้มีสาวJinshanling ยืนรอรถบัสเป็นเพื่อน555 และ 4โมงเป้ะ
รถบัสคันสุดท้ายที่เข้า Beijing ก็มาถึง แต่ทว่าเรื่องไม่คาดคิดอันกับสุดท้ายของวันนี้คือ…คนขับหลับในคร่า
กรี้ดกันทั้งคันรถเลยจริงๆ มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก (╥﹏╥)

เราก็มาถึงสถานี Wang jing west โดยสวัสดิภาพ ในเวลา 6โมงเย็น

เป็น 1 วันที่มีค่า และจะจดจำไปตลอดชีวิตจริงๆคะ ^^

See again Jinshanling ^^


 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s